ร้านหนังสือกับการเดินทาง อาจดูเหมือนอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงในทีแรก 


ขณะที่ร้านหนังสือดูเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ มีบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่การเดินทางถูกผูกโยงกับความเคลื่อนไหวและการออกไปสู่โลกภายนอก


เข้าสู่กลางเดือนค่อนไปทางปลายเดือนของมีนาคม สังเกตว่าหลายคนใกล้ตัวออกเดินทางพร้อมๆ กันในเวลานี้ หมุดหมายปลายทางส่วนใหญ่จะเป็นเมืองในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ที่สายการบินหลายเจ้าขยันออกโปรโมชั่นเอาใจ 


อาจเพราะข้ามไปอีกดินแดนในฝั่งนั้น เสียงฝีเท้าของฤดูร้อนกำลังใกล้เข้ามา บางวันลมมรสุมเริ่มพัดพาเอาเม็ดฝนขึ้นฝั่ง จึงเป็นฤดูที่คนเริ่มน้อยถอยลง ต่างจากช่วงฤดูดอกไม้ผลิบานหรืออากาศหนาวจนหิมะตก


แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้เดินทางในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ ด้วยเหตุผลหลากหลาย ไหนจะมีเรื่องของผลกระทบในแง่เศรษฐกิจที่มาจากสงคราม ก็ทำให้บรรยากาศของความอยากเดินทางอาจน้อยลง


ในเวลาแบบนี้ หลายคนจึงมักหันมา ‘เดินทางภายใน’ เป็นนัยว่า อย่างน้อยที่สุดจะได้ขยับจิตใจและความคิดให้เคลื่อนออกจากที่บ้าง แม้ร่างกายจะไม่ได้ออกทางเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆ จริงๆ ก็เถอะ


สิ่งที่ง่ายที่สุดที่หลายคนนึกถึง คือการอ่าน เพราะในแง่นี้ หลายคนมักเปรียบเทียบการอ่านว่าเหมือนการเดินทาง(ภายใน) จากหนังสือหลากหลายแนวที่ถูกกลั่นออกมาจากความคิด ประสบการณ์ ของคนเขียน ที่พาคนอ่านออกจากโลกเดิมไปสู่สถานที่ ความคิด และประสบการณ์ใหม่ๆ แม้ร่างกายจะยังอยู่ที่เดิมก็ตาม


ขณะนอนอ่านหนังสืออยู่ที่เชียงใหม่ เราอาจไปอยู่ในเมืองอื่น ยุคสมัยอื่น หรือแม้แต่โลกสมมติ คล้ายกับการเดินทางจริง ที่พาเราไปเจอสิ่งที่ไม่คุ้นเคย โดยมีหนังสือเป็นพาหนะแทนร่างกาย ทำให้เราได้ค้นพบมุมมองและเรื่องราวใหม่ๆ ผ่านสายตาของคนอื่น ซึ่งทำให้เราเข้าใจโลกกว้างขึ้น ที่สำคัญคือ ได้ตั้งคำถามกับความเชื่อและวิถีเดิมของตัวเอง


หลายครั้ง หนังสือบางเล่มถึงกับเปลี่ยนชีวิตบางคนไปตลอดกาลได้เลย


ในแง่นี้ ร้านหนังสือที่เป็นสถานที่รวบรวมหนังสือมากมายหลายแนว หลายนักเขียน จึงเป็นสถานที่ที่เราสามารถเข้าไปสำรวจเพื่อออกเดินทางภายในผ่านการอ่านหนังสือที่สนใจได้


เมืองไหนที่มีร้านหนังสือเยอะๆ จึงสามารถสร้างบรรยากาศการ ‘เดินทางภายใน’ ได้อย่างคึกคัก ย่านอย่าง จิมโบโจ (Jimbocho) จึงกลายเป็นย่านที่ ‘คูล’ ที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา และดูน่าอิจฉาสำหรับคนอ่านและคนที่อยากเดินทางภายในผ่านการอ่าน ยิ่งบวกกับการออกแบบเมืองในแง่ผังเมือง ร้านค้า เมืองหนังสืออย่างจิมโบโจจึงเป็นมากกว่าแค่ย่านหนึ่งด้วยซ้ำ


ย้อนกลับไปที่ประโยคแรก ร้านหนังสือกับการเดินทาง จึงกลายมาเป็นฝ่ายเดียวกัน เพราะทั้งสองอย่างทำให้เรารู้สึกเหมือนออกจากโลกเดิม หนังสือพาความคิดของเราเดินทาง ขณะที่การเดินทางพาร่างกายของเราไปจริงๆ ทั้งยังสร้างรูปแบบของการอยู่กับปัจจุบันให้เกิดขึ้น เพราะร้านหนังสือทำให้เราได้เดินช้าๆ สัมผัสหนังสือ ความเงียบ การเดินทางก็ทำให้เราได้สังเกตรายละเอียดและสิ่งแปลกใหม่จากรอบข้าง


ในแง่นี้ ทั้งร้านหนังสือและการเดินทาง ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น สอดคล้องกับสิ่งที่โสคราตีส (Socrates) นักปรัชญาชาวกรีกที่มองว่า ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่ผ่านการใคร่ครวญ


ช่วงนี้ใครที่ยังไม่มีแพลนเดินทางไกลไปไหน ยังไม่ต้องอิจฉา ลองค้นหาว่าเมืองที่คุณอยู่มีร้านหนังสือบ้างไหม ลองแวะไปเยี่ยมเยียนสักหน่อย การเดินทางภายในรอคอยคุณอยู่บนชั้นหนังสือเหล่านั้น