หลายคนมักชอบคิดว่า เวลาในร้านหนังสือไหลไปอย่างเชื่องช้า


อาจมีข้อสงสัยว่า เวลามันจะเดินช้าลงในร้านหนังสือได้อย่างไร ในเมื่อนาฬิกาข้อมือหรือที่แขวนอยู่บนผนังในร้านก็ยังกระดิกเดินในอัตราความเร็วเท่าเดิม


ถ้าเราเลือกวัดเวลาในเชิงคณิตศาสตร์ แน่นอนว่ามันคงเดินหน้าไปเรื่อยๆ อย่างเท่ากัน แต่หากลองวัดเวลาในเชิงความรู้สึก คำตอบอาจต่างออกไป


อองรี เบิร์กสัน (Henri Bergson) นักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศส เคยเสนอทฤษฎีว่า เวลาแยกเป็น 2 แบบ คือ เวลาเชิงพื้นที่หรือเวลาแบบนาฬิกา (Clock Time) ที่วัดเป็นวินาที นาที ชั่วโมง และแบ่งเป็นหน่วยเท่าๆ กันในเชิงคณิตศาสตร์ 


อีกแบบคือ เวลาแบบมีชีวิต (Lived Time) ที่รับรู้ได้ผ่านความรู้สึกและประสบการณ์ ซึ่งยืดหดได้ตามอารมณ์ ความทรงจำ และจิตสำนึก เป็นกระแสที่ไหลต่อเนื่องระหว่างอดีตกับปัจจุบันที่ผสมผสานกัน


สำหรับเบิร์กสันเอง เวลาที่แท้จริงของ ‘มนุษย์’ เป็นแบบหลัง และมันเกี่ยวกับความรู้สึกที่เราคิดว่า เวลาในร้านหนังสือนั้นไหลไปอย่างเชื่องช้า 


ลองจินตนาการเวลาที่ได้อยู่ในร้านหนังสือสักแห่ง ถูกโอบล้อมด้วยหนังสือนับพันนับหมื่นเล่ม กลิ่นจางๆ ของกระดาษและหมึกพิมพ์ การออกแบบร้าน เสียงเพลงบรรเลงบางเบา และความสงบที่ซุกซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน ในบรรยากาศเช่นนั้น เราไม่ได้แค่ผ่านไปในห้วงเวลา แต่กำลังจมอยู่ในประสบการณ์บางอย่าง


เมื่อหยิบบางเล่มขึ้นมาพลิกดู หน้าปกอาจทำให้นึกถึงเรื่องราวบางอย่าง คำโปรยอาจส่งผลต่อจินตนาการภาพในความคิด เมื่อกรีดกระดาษก็ได้รับรู้ถึงพื้นผิวสัมผัส ไหนจะกลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษที่ฟุ้งออกมาและทำให้หวนคำนึงถึงความทรงจำเก่าก่อน ทั้งหมดนี้คือความหมายของ ‘เวลาแบบมีชีวิต’ ในแนวคิดของเบิร์กสัน


ครึ่งชั่วโมงในร้านหนังสือ จึงเป็นครึ่งชั่วโมงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและประสบการณ์ที่ถูกดึงออกจากความทรงจำของเรา ที่เรารู้สึกว่ามันเดินเชื่องช้า นั่นเพราะเวลาในนาฬิกาเดินเท่าเดิม แต่เวลาในจิตสำนึกของเราต่างหากที่กำลังขยายตัว 


ดังนั้น ไม่ต้องกังวลว่าเรากำลังเลอะเลือนหรือไม่ ยามอยู่ในร้านหนังสือแล้วรู้สึกว่าเวลามันเคลื่อนช้าลง เพราะมันมีคำอธิบายจากเรื่องความสนใจ ความทรงจำ อารมณ์ และการจดจ่อ ที่ไม่ใช่แค่คำอธิบายในเชิงคณิตศาสตร์ที่ตรงไปตรงมา


หรือหากลองขยับมามองในมุมของปรากฎการณ์ทางจิตวิทยา ก็น่าสนใจ


เพราะในร้านหนังสือมักจะเงียบสงบ มีแสงนุ่มนวลต่างเฉดจากฤดูกาลที่ส่องผ่านกระจก หน้าต่าง พวกเสียงดัง ความเร่งรีบ และการรบกวนจึงน้อยกว่าภายนอก นาฬิกาภายในของเราจึงถูกรับรู้ชัดเจนขึ้น จนเวลาเหมือนเดินช้าลง นั่นเอง ทำให้เราเข้าสู่ภาวะจดจ่อ หรือที่มักเรียกกันว่า ภาวะโฟลว์ (Flow) ที่เราโฟกัสแต่สิ่งตรงหน้า (หนังสือ) จนไม่ได้คิดถึงความกดดันอื่นๆ ซึ่งระหว่างภาวะนั้น เวลาอาจรู้สึกช้า พอเงยหน้าดูนาฬิกาอีกที อ้าว ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว


มิติเวลาที่ช้าลงในร้านหนังสือนี่เอง ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาเดินช้า


ความแตกต่างทางเวลาจึงเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้เราเข้าร้านหนังสือ นอกจากจะได้ลองสำรวจค้นหาหนังสือที่สนใจแล้ว ยังรู้สึกเหมือนเป็นอิสระจากเวลาที่เคลื่อนไหลไปตามปกติภายนอก และได้เดินทางภายในไปสู่โลกหลายใบพร้อมกัน ผ่านหนังสือมากมายภายในร้าน 


ถ้าอยากรู้ว่าเวลาไหลช้าได้จริงๆ ไหม ช่วงนี้หากอากาศข้างนอกร้อนเกินไป ลองแวะร้านหนังสือดูสิครับ