เรื่องหนึ่งที่คนรักหนังสือน่าจะรู้สึกสนุก คือเวลาได้เห็นหนังสือจากประเทศต่างๆ ที่ถูกพิมพ์เป็นภาษานั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน นวนิยาย, พ็อคเก็ตบุ๊ค, ปกแข็ง, ปกอ่อน ไปจนถึง ซีน (Zine)


ลองนึกภาพเวลาเดินเข้าร้านหนังสือในประเทศต่างๆ แล้วถูกโอบล้อมด้วยหนังสือภาษาประเทศนั้นๆ มันให้ความรู้สึกทั้งตื่นเต้น อยากรู้ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร ประทับใจกับการออกแบบปกหรือรูปเล่ม รวมถึงส่วนอื่นๆ


แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น ประวัติศาสตร์ของร้านหนังสือ สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่ละยุคของประเทศนั้นได้เลยทีเดียว


ไม่น่านมานี้ มีบทความของเว็บไซต์ข่าวในเกาหลี ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ของร้านหนังสือในเกาหลี จากสถานที่ขายหนังสือธรรมดา สู่การเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมและชุมชน รวมถึงการเผชิญกับวิกฤตการอ่านที่ลดลงในปัจจุบัน


จุดเริ่มต้นของร้านหนังสือในเกาหลีนั้น เริ่มจากร้านเครื่องเขียนที่ผลิตและจำหน่ายหนังสือไปพร้อมกัน ในช่วงปลายราชวงศ์โชซอน ก่อนจะพัฒนาเป็นร้านหนังสือที่ทำหน้าที่จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยเฉพาะ


ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคอาณานิคมญี่ปุ่น หนังสือเริ่มเข้าถึงผู้คนมากขึ้น ตลาดกลางคืนในย่านจงโนในกรุงโซลกลายเป็นศูนย์กลางการค้าหนังสือ หนังสือประเภทนิยายราคาย่อมเยาได้รับความนิยม เพราะมีปกสีสันสดใส และเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่าย


หลังสงครามจบ จึงเข้าสู่ยุคทองของร้านหนังสือริมถนน หลังได้รับเอกราชในปี 1945 สำนักพิมพ์เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่เนื่องจากยังไม่มีเครือข่ายร้านหนังสือที่แข็งแรงพอ ผู้จัดพิมพ์จำนวนมากจึงเลือกเปิดขายหนังสือตามแผงริมถนน ทำให้ร้านหนังสือข้างทางเฟื่องฟูอย่างมาก


เมื่อล่วงเข้าสู่ทศวรรษ 1990 ร้านหนังสือเริ่มกลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรม ฮัน มีฮวา นักวิจารณ์หนังสืออธิบายว่า ช่วงนี้ร้านหนังสือเริ่มมองบทบาทของตัวเองใหม่ จากเดินที่เป็นเพียงผู้ขายหนังสือตามที่ผู้ค้าจัดส่งมา ก็กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนความคิด และสร้างประสบการณ์ให้ผู้อ่าน


ก่อนที่ทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา ที่เกาหลีได้กลายเป็นประเทศส่งออกวัฒนธรรมลำดับต้นๆ ของโลก ก็ถึงยุคทองของร้านหนังสืออิสระ โดยมีร้านหนังสืออิสระขนาดเล็กเกิดขึ้นและเติบโต ร้านเหล่านี้จะมีเจ้าของร้านเป็นผู้คัดเลือกหนังสือเอง สร้างเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว แบบที่ร้านเชนใหญ่ไม่สามารถทำได้


จนถึงปัจจุบัน เกาหลีมีร้านหนังสืออิสระกว่า 1,000 แห่ง และกลายเป็นพื้นที่สร้าง ‘ประสบการณ์’ และ ‘ชุมชน’ ของคนรักหนังสือ ที่มากกว่าแค่ขายหนังสือ 


อย่างไรก็ตาม บทความกล่าวว่า ร้านหนังสืออิสระในเกาหลียังต้องเผชิญกับความพยายามในการหาทางอยู่รอด เนื่องจากอัตราการอ่านหนังสือที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้อนาคตของร้านหนังสืออิสระยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน


นึกแล้วก็ใจหายเล็กๆ พอคิดว่า ร้านหนังสือที่เราไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เมืองไหน ก็อาจกำลังเผชิญคลื่นความเปลี่ยนแปลงนี้ โดยที่เราไม่รู้ตัว ภายใต้หนังสือมากมาย หลากหลายการออกแบบ หลากหลายเนื้อหา ที่อยู่บนเชลฟ์ อาจมาจากสำนักพิมพ์ หรือนักเขียน ที่ยังต้องการการสนับสนุนอีกมาก ซึ่งจะต่อเนื่องมาถึงร้านหนังสืออิสระ


หลายร้านพยายามปรับตัว เพื่อแข่งขันในโลกที่แปรผันไวด้วยประสบการณ์และการคัดสรรจากเจ้าของร้าน ทั้งหนังสือหรือการตกแต่งร้าน เพื่อสร้างคุณค่าจากอัตลักษณ์ เสน่ห์ และความสัมพันธ์กับลูกค้า มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว


ในเมื่อเจ้าของร้านทำอย่างเต็มที่แล้ว คำถามสำหรับนักอ่านอย่างเราๆ คือ จะมีส่วนช่วยสนับสนุนอย่างไรได้อีกบ้าง หากไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ของร้านหนังสืออิสระต้องถดถอยลงไปกว่านี้


ภาพประกอบ : ร้านหนังสืออิสระแห่งหนึ่งในกรุงโซล