แดดแผดจ้าเกือบทุกวัน
ระหว่างที่ใช้เวลาเงียบๆ อยู่ในร้านหนังสือ ไล่พลิกดูเล่มที่สนใจไปมา หลายครั้งที่เผลอเหลือบสายตาออกนอกหน้าต่างบานใหญ่ ราวกับจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ หากแต่สิ่งที่บรรจุใน (นอก) นั้น ไม่ใช่เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้น แต่มันคือฉากชีวิตของจริงที่กำลังเดินอยู่
อาจเพราะเป็นร้านหนังสือที่มาเป็นประจำทุกฤดูกาล จึงได้เห็นสีสันนอกหน้าต่างนั้นสับเปลี่ยนไปมาทั้งปี มีทั้งแสงแดดสดใสของฤดูร้อนที่พาให้ต้นไม้ ใบไม้ เปลี่ยนเป็นสีต่างๆ มีทั้งฝนที่โปรยปรายภายใต้เมฆทะมึนที่ก่อตัว บางคนก็แว้บเข้ามาหลบรอฝนซา มีทั้งภาพผู้คนที่กระชับเสื้อแขนยาวเดินผ่านด้วยรอยยิ้ม
บางคนเฝ้าถาม - หากสับเปลี่ยนมุมมองไปเป็นคนที่อยู่นอกหน้าต่าง เขาจะมองร้านหนังสือและคนที่อยู่ข้างในผ่านฉากกระจกนั้นอย่างไร
ผมนึกไปถึงร้านหนังสือเล็กๆ ในถนนชินฮึงโร (Sinheung-ro) ย่านแฮบังชน เขตยงซาน กรุงโซล เกาหลีใต้ ที่ชื่อ Storage Book and Film มันเป็นร้านหนังสือเล็กๆ ติดกับถนนที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกแถวย่านที่อยู่อาศัย มีเพียงชั้นเดียว พื้นที่ข้างในมีขนาดจำกัด แต่ข้างในนั้นอัดแน่นไปด้วยหนังสือมากมาย
ความพิเศษคือ กระจกบานใหญ่ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นผนังร้านด้านหน้า ทำให้สามารถมองเห็นภายในร้านได้ รวมถึงสถานที่ตั้งของร้าน ที่อยู่บนถนนเนินลาดเอียง ก็ยิ่งทำให้ตัวร้านดูพิเศษ
ร้านหนังสือแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นคลังเก็บกล้องถ่ายรูปในปี 2008 ก่อนจะกลายเป็นร้านหนังสืออิสระในปี 2012 โดยเน้นการตีพิมพ์และขายหนังสืออิสระ นอกจากนี้ ยังมักจัดงานหนังสืออิสระ รวมถึงจัดเสวนาเล็กๆ ในบางครั้งอีกด้วย
เล่ามายืดยาว ที่อยากบอกคือ ในโซเชียลมีเดียของร้านมักจะอัพรูปภาพของร้านจากฝั่งตรงข้ามหันไปยังหน้าร้าน ในหลากหลายฤดูกาล และด้วยความที่เกาหลีใต้มีฤดูกาลมากกว่าไทย จึงได้เห็นทั้ง 5 ฤดู รวมถึงฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายจนบรรยากาศเต็มไปด้วยสีขาวโพลนด้วย
จากมุมของผู้มาเยือนและผู้ที่ดูรูปภาพ ร้าน Storage Book and Film จึงไม่ต่างจากฉากของหนึ่งชีวิตที่ยืนหยัดผ่านฤดูกาลและกาลเวลาอยู่บนเนินลาดเอียงในชุมชนแห่งนั้น เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก มาเป็นเวลานาน
แน่นอนว่า พนักงานที่อยู่ในร้านเองก็ได้มองเห็นภาพชีวิตของผู้คนที่ผ่านไปมาข้างนอกหน้าต่างบานใหญ่ในทุกฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนเวียนหมุนมาเช่นเดียวกัน บางวันอาจเป็นคู่เพื่อนที่เดินหัวเราะ บางวันอาจเป็นคู่รักที่ถือของกินเดินผ่าน บางวันอาจเป็นคุณลุงคุณป้าที่ปั่นจักรยานผ่านเงียบๆ บางวันอาจเป็นนักเดินทางต่างถิ่นที่เดินหลงทาง
แต่ไม่ว่าจะมองจากมุมของผู้ที่อยู่ในร้าน หรืออยู่ข้างนอกร้าน มีบางอย่างของหน้าต่างร้านหนังสือที่ทรงพลังแบบเงียบๆ มันไม่ใช่แค่กระจก แต่เป็นเหมือนเส้นแบ่งที่ทำให้ทั้งสองโลกซ้อนทับกัน
ในร้านหนังสือ เวลาเหมือนจะเดินช้าลง เราถูกรายล้อมด้วยเรื่องราวและความคิดที่หลากหลายบนกระดาษ ชวนให้คิดและรู้สึกจากภายใน ขณะที่บนท้องถนนข้างนอก ชีวิตเกิดขึ้นตรงหน้า ผู้คนที่เดินผ่าน รถรา อากาศ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นดั่งปัจจุบันที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา
หน้าต่างคือสะพานที่เชื่อมระหว่างจังหวะทั้งสองแบบ ทำให้ทั้งสองโลกซ้อนทับกันจริงๆ ในกรอบเดียวกัน และเมื่อมันสะท้อนโลกภายนอก ก็เหมือนกำลังบอกกลายๆ ว่า เรื่องราวในหนังสือนั้น ไม่ได้แยกจากความจริง มันเกิดจากโลกภายนอกนั้น และสุดท้าย มันก็กลับไปสู่โลกภายใน ที่อยู่ในมือของผู้อ่าน
หน้าต่างร้านหนังสือจึงไม่ได้แค่ทำหน้าที่ ‘สะท้อน’ แต่มัน ‘ผสาน’ โลกภายในกับโลกภายนอกเข้าด้วยกัน และเป็นอีกวิธีหนึ่งในการมองโลก
ไม่ว่ามองจากมุมไหน สิ่งที่เราจะได้เห็นผ่านหน้าต่างร้านหนังสือก็คือชีวิตที่กำลังดำเนินไป - อย่างลึกซึ้ง